บทที่1 ความหมาย ความสำคัญของการท่องเที่ยว
ความหมายของการท่องเที่ยว
การที่เราจะหาความหมายของคำว่า "การท่องเที่ยว" นั้นทำได้ยาก เพราะการท่องเที่ยวเป็นรูปแบบกิจกรรมหนึ่งของนันทนาการ คล้ายกับกิจกรรมทางการกีฬา หรืองานอดิเรก และการใช้เวลาว่างในปีพ.ศ.2506ได้มีการประชุมของสหประชาชาติว่าด้วยเรื่องของการเดินทางฃ และการท่องเที่ยวระหว่างประเทศ ที่กรุงโรม ประเทศอิตาลีและยอมรับข้อเสนอเกี่ยวกับคำจำกัดความของการท่องเที่ยวจากนักวิชาการจากองค์การการท่องเที่ยวระหว่างประเทศ IUOTต่อมาได้กลายเป็นองค์การท่องเที่ยวโลกในปี พ.ศ.2513 WTO
การท่องเที่ยวมี 3 ลักษณะ คือ
1.การเดินทางจากที่อยู่ปกติไปอยู่ที่อื่นชั่วคราว
2.การเดินทางไปด้วยความสมัครใจ
3.การเดินทางด้วยวัตถุประสงค์อื่นๆ แต่ไม่ใช่เพื่อการประกอบอาชีพ
2.การเดินทางไปด้วยความสมัครใจ
3.การเดินทางด้วยวัตถุประสงค์อื่นๆ แต่ไม่ใช่เพื่อการประกอบอาชีพ
การเดินทางที่จัดเป็นการท่องเที่ยว
-เดินทางไปพักฟื้น ไปรักษาตัวในสภานที่ต่างๆ
-การเดินทางไปประชุม
-การเดินทางไปเยี่ยมญาติพี่น้อง
การเดินทางที่ไม่จัดเป็นการท่องเที่ยว
-การเดินทางไปตั้งถิ่นฐานถาวร
-การเดินทางไปประกอบอาชีพ
-การเดินทางโดยไม่สมัครใจ หรือถูกบังคับ
-การเดินทางไปประชุม
-การเดินทางไปเยี่ยมญาติพี่น้อง
การเดินทางที่ไม่จัดเป็นการท่องเที่ยว
-การเดินทางไปตั้งถิ่นฐานถาวร
-การเดินทางไปประกอบอาชีพ
-การเดินทางโดยไม่สมัครใจ หรือถูกบังคับ
นักท่องเที่ยว (Tourist)
นักท่องเที่ยว คือผู้ที่เข้ามาท่องเที่ยว พักอาศัย มาเยือน เป็นการชั่วคราว และมาอย่างน้อย 24 ชั่วโมง โดยจุดประสงค์เพื่อใช้เวลาว่าง ท่องเที่ยว และกิจกรรมนันทนาการ
กลุ่มนักท่องเที่ยว
-ผู้ที่ไม่มีถิ่นฐาน หรืออยู่อาศัยในสถานที่ที่ไปเยือน
-ผู้ที่มีสัญชาติของประเทศนั้น หรือเป็นคนถิ่นเดิม แต่ไม่ได้อยู่ในสถานที่นั้นแล้ว
-ผู้ที่เป็นลูกเรือ ไม่มีถิ่นพำนัก และพัก ณ สถานที่นั้น มากกว่า 24 ชั่วโมง
-ผู้ที่มีสัญชาติของประเทศนั้น หรือเป็นคนถิ่นเดิม แต่ไม่ได้อยู่ในสถานที่นั้นแล้ว
-ผู้ที่เป็นลูกเรือ ไม่มีถิ่นพำนัก และพัก ณ สถานที่นั้น มากกว่า 24 ชั่วโมง
ผู้มาเยือนตามถิ่นพำนัก
1.ผู้มาเยือนขาเข้า (Inbound Visitor)
คือ ผู้มาเยือนที่อยู่ในต่างประเทศ และเข้ามาท่องเที่ยวอีกประเทศหนึ่ง
2.ผู้มาเยือนขาออก (Outbound Visitor)
คือ ผู้มาเยือนที่มีถิ่นพำนักในประเทศหนึ่งและเดินทางไปอีกประเทศหนึ่ง
3.ผู้มาเยือนภายในประเทศ (Domestic Visitor)
คือ ผู้มาเยือนที่เดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศที่ตนเองมีถิ่นพำนักอยู่ อาจเรียกว่า ผู้มาเยือนขาเข้า หรือผู้มาเยือนภายในประเทศก็ได้
คือ ผู้มาเยือนที่อยู่ในต่างประเทศ และเข้ามาท่องเที่ยวอีกประเทศหนึ่ง
2.ผู้มาเยือนขาออก (Outbound Visitor)
คือ ผู้มาเยือนที่มีถิ่นพำนักในประเทศหนึ่งและเดินทางไปอีกประเทศหนึ่ง
3.ผู้มาเยือนภายในประเทศ (Domestic Visitor)
คือ ผู้มาเยือนที่เดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศที่ตนเองมีถิ่นพำนักอยู่ อาจเรียกว่า ผู้มาเยือนขาเข้า หรือผู้มาเยือนภายในประเทศก็ได้
วัตถุประสงค์ของการเดินทางท่องเที่ยว
1.เพื่อความสนุกสนาน เพลิดเพลิน และพักผ่อน (Holiday) เป็นการท่องเที่ยวเพื่อหลีกหนีความจำเจของชีวิตประจำวัน และเพื่อไปเยี่ยมชมสถานที่ใหม่ๆ รวมไปถึงการเดินทางไปเยี่ยมญาติมิตรด้วย (Visits to Friends and Relatives : VFR)
2.เพื่อธุรกิจ (Business) เป็นการเดินทางที่ร่วมไปกับการทำงาน แต่วัตถุประสงค์หลักคือการประกอบอาชีพ หรือหารายได้จากสถานที่ท่องเที่ยวนั้น และยังรวมไปถึงการเดินทางเพื่อเข้าประชุม สัมมนา ท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัล และจัดนิทรรศการ MICE (Meetings, Incentives, Conventions and Exhibitions)
3.เพื่อวัตถุประสงค์อื่นๆ เป็นการเดินทางด้วยวัตถุประสงค์เฉพาะ และซับซ้อนมากกว่าการพักผ่อนหรือประชุม เช่น การเดินทางไปศึกษาธรรมชาติ ศิลปวัฒนธรรม ฯลฯ
ประเภทการท่องเที่ยว แบ่งออกเป็น 3 วิธี การแบ่งตามสากล ได้แก่ 1.การท่องเที่ยวภายในประเทศ (Domestic Tourism)
หมายถึง ผู้ที่อาศัยภายในประเทศนั้น เดินทางภายในประเทศของตนเอง
หมายถึง ผู้ที่อาศัยภายในประเทศนั้น เดินทางภายในประเทศของตนเอง
2.การท่องเที่ยวเข้ามาในประเทศ (Inbound Tourism)
หมายถึง ผู้ที่มีถิ่นอาศัยอยู่ที่ประเทศอื่นแล้วเดินทางเข้ามาเที่ยวในประเทศนั้นๆ
หมายถึง ผู้ที่มีถิ่นอาศัยอยู่ที่ประเทศอื่นแล้วเดินทางเข้ามาเที่ยวในประเทศนั้นๆ
3.การท่องเที่ยวนอกประเทศ (Outbound Tourism)
หมายถึง ผู้ที่มีถิ่นอาศัยในประเทศหนึ่งแล้วเดินทางไปยังต่างประเทศ
หมายถึง ผู้ที่มีถิ่นอาศัยในประเทศหนึ่งแล้วเดินทางไปยังต่างประเทศ
1.แบบหมู่คณะ เรียกว่า Group Inclusive Tour : GIT
แบ่งเป็น 2 แบบ คือ กรุ๊ปเหมา และกรุ๊ปจัด กรุ๊ปเหมา คือการเที่ยวแบบเป็นของคณะนักท่องเที่ยวที่มีความสัมพันธ์กัน อาจเป็นการส่วนตัวหรือหน้าที่การงาน และเดินทางร่วมกัน ส่วนกรุ๊ปจัด คือการเดินทางของคณะนักท่องเที่ยวที่ไม่ได้มีความสัมพันธ์กันในทางส่วนตัวและด้านหน้าที่การงาน แต่ต้องการเดินทางท่องเที่ยวในสถานที่เดียวกัน โดยการซื้อโปรแกรมนำเที่ยวที่ถูกจัดไว้ เมื่อถึงเวลาจึงเดินทางพร้อมกัน
แบ่งเป็น 2 แบบ คือ กรุ๊ปเหมา และกรุ๊ปจัด กรุ๊ปเหมา คือการเที่ยวแบบเป็นของคณะนักท่องเที่ยวที่มีความสัมพันธ์กัน อาจเป็นการส่วนตัวหรือหน้าที่การงาน และเดินทางร่วมกัน ส่วนกรุ๊ปจัด คือการเดินทางของคณะนักท่องเที่ยวที่ไม่ได้มีความสัมพันธ์กันในทางส่วนตัวและด้านหน้าที่การงาน แต่ต้องการเดินทางท่องเที่ยวในสถานที่เดียวกัน โดยการซื้อโปรแกรมนำเที่ยวที่ถูกจัดไว้ เมื่อถึงเวลาจึงเดินทางพร้อมกัน
2.แบบอิสระ เรียกว่า Foreign Individual Tourism : FIT
นักท่องเที่ยวมักเดินทางตามลำพัก อาจจะวางแผนการเดินทางด้วยตนเองหรือใช้บริการบริษัทนำเที่ยวก็ได้
นักท่องเที่ยวมักเดินทางตามลำพัก อาจจะวางแผนการเดินทางด้วยตนเองหรือใช้บริการบริษัทนำเที่ยวก็ได้
บทที่ 3 ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการเดินทางท่องเที่ยว
แรงจูงใจแรงจูงใจของนักท่องเที่ยวแต่งต่างไปจากแรงจูงใจในวิชาจิตวิทยา ซึ่งเป็นตัวกำหนดบุคลิกภาพ
ของบุคคลแรงจูงใจทางด้านการท่องเที่ยว หรือแรงจูงใจของนักท่องเที่ยวเป็นแนวคิดที่เป็นแบบ
ลูกผสมระหว่างแนวคิดทางจิตวิทยาผสมกับแนวคิดทางด้านสังคมวิทยาแรงจูงใจของนักท่องเที่ยว
จึงหมายถึงเครือข่าย
ทฤษฏีต่างๆเกี่ยวกับแรงจูงใจของนักท่องเที่ยว1 ทฤษฏีลำดับขั้นแห่งความต้องการจำเป็น(hierarchy of needs)
2 ทฤษฏีขั้นบันไดแห่งการเดินทาง(travel career ladder)
3 แรงจูงใจวาระซ่อนเร้น(hidden agenda)
4 แรงจูงในทางการท่องเที่ยวในทัศนะของ swarbrooke
ในหนังสือเรื่องconsumer behavior in tourismของjohn swarbooke แรงจูงใจ
จำแนกแรงจูงใจสำคัญๆที่ทำให้คนเดินทางออกเป็น 6ชนิดด้วยกันที่แสดงอยู่ในแผนภูมิที่3แรงจูงใจเหล่านี้ได้แก่
1 แรงจูงใจทางด้านสรีระหรือทางกายภาพ(physical)2 แรงจูงใจทางด้านวัฒนธรรม
3 การท่องเที่ยวเพื่อตอบสนองอารมณ์ควารู้สึกบางอย่าง
4 การท่องเที่ยวเพื่อให้ได้มาเพื่อสถานภาพ
5 แรงจูงใจในการพัฒนาตนเอง
6 แรงจูงใจส่วนบุคคล
1 แรงจูงใจทางด้านสรีระหรือทางกายภาพ(physical)2 แรงจูงใจทางด้านวัฒนธรรม
3 การท่องเที่ยวเพื่อตอบสนองอารมณ์ควารู้สึกบางอย่าง
4 การท่องเที่ยวเพื่อให้ได้มาเพื่อสถานภาพ
5 แรงจูงใจในการพัฒนาตนเอง
6 แรงจูงใจส่วนบุคคล
สรุปประเด็นสำคัญเกี่ยวกับแรงจูงใจทางด้านการท่องเที่ยวจากแนวคิดเกี่ยวกับแรงจูงใจในทัศนะของนักวิชาการด้านแรงจูงใจทั้ง4คนที่ได้กล่าวมาแล้วสามารถสรุปได้ว่า ในการที่นักท่องเที่ยวจะเลือกแหล่งที่ท่องเที่ยวแห่งใดแห่งหนึ่งไม่ได้ และRutledge (1998) ได้นำเสนอแรงจูงใจของนักท่องเที่ยว 10 ประการดังต่อไปนี้
1 แรงจูงใจที่จะได้สัมผัสสิ่วแวดล้อม
2 แรงจูงใจที่ได้พบปะกับคนในท้องถิ่น
3 แรงจูงใจที่จะที่จะเข้าใจวัฒนธรรมท้องถิ่นและประเทศเจ้าบ้าน
4 แรงจูงใจที่จะเสริมสร้างสัมพันธภาพภายในครอบครัว
5 แรงจูงใจที่จะพักผ่อนในสภาพแวดล้อมที่น่าสบาย
6 แรงจูงใจที่จะที่จะได้ทำกิจกรรมที่นักท่องเที่ยวสนใจและฝึกทักษะ
7 แรงจูงใจที่จะมีสุขภาพดี
8 แรงจูงใจที่จะได้รับการคุ้มกันและความปลอดภัย
9 แรงจูงใจที่จะได้รับการยอมรับนับถือและได้รับสถานภาพทางสังคม
10 แรงจูงใจที่จะให้รางวัลแก่ตัวเองตัวอย่างการวิจัยที่ใช้วิธีการศึกษาจากกลุ่มเป้าหมายนักเดินทางประเภทแบกเป้นักเดินทางแบบนี้กำลังเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆในออสเตรเลีย
1 แรงจูงใจที่จะได้สัมผัสสิ่วแวดล้อม
2 แรงจูงใจที่ได้พบปะกับคนในท้องถิ่น
3 แรงจูงใจที่จะที่จะเข้าใจวัฒนธรรมท้องถิ่นและประเทศเจ้าบ้าน
4 แรงจูงใจที่จะเสริมสร้างสัมพันธภาพภายในครอบครัว
5 แรงจูงใจที่จะพักผ่อนในสภาพแวดล้อมที่น่าสบาย
6 แรงจูงใจที่จะที่จะได้ทำกิจกรรมที่นักท่องเที่ยวสนใจและฝึกทักษะ
7 แรงจูงใจที่จะมีสุขภาพดี
8 แรงจูงใจที่จะได้รับการคุ้มกันและความปลอดภัย
9 แรงจูงใจที่จะได้รับการยอมรับนับถือและได้รับสถานภาพทางสังคม
10 แรงจูงใจที่จะให้รางวัลแก่ตัวเองตัวอย่างการวิจัยที่ใช้วิธีการศึกษาจากกลุ่มเป้าหมายนักเดินทางประเภทแบกเป้นักเดินทางแบบนี้กำลังเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆในออสเตรเลีย
เอเชียตะวันออกเฉียงใต้และนิวซีแลนด์ แรงจูงใจที่ทำให้เกิดการเดินทางลักษณะ
แบบนี้อาจจะสรุปได้เป็น 4 มิติด้วยกันดังต่อไปนี้
1 การหลีกหนี(escape)
2 การมุ่งเน้นในเรื่องสิ่วแวดล้อม
3 การทำงาน(employment)
4เน้นการคบหาสมาคม(social focus)
โครงสร้างพื้นฐานในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวโครงสร้างพื้นฐานในอุคสาหกรรมการท่องเที่ยว หมายถึง องค์ประกอบพื้นฐานใน
1 การหลีกหนี(escape)
2 การมุ่งเน้นในเรื่องสิ่วแวดล้อม
3 การทำงาน(employment)
4เน้นการคบหาสมาคม(social focus)
โครงสร้างพื้นฐานในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวโครงสร้างพื้นฐานในอุคสาหกรรมการท่องเที่ยว หมายถึง องค์ประกอบพื้นฐานใน
การรองรับการท่องเที่ยวทั้งระบบ ถือเป็นส่วนการสนับสนุนให้การท่องเที่ยวสามารถ
ดำเนินงานไปได้ด้วยดี และทำให้เกิดความสะดวกสบายรวดเร็วในการดำเนินธุรกิจ
เกี่ยวกับการท่องเที่ยว
โครงสร้างพื้นฐานอุตสาหกรรมได้แก่
1 ระบบไฟฟ้า
2 ระบบประปา
3 ระบบสือสารโทรคมนาคม
4 ระบบการขนส่งประกอบไปด้วย
4.1ระบบการเดินทางทางอากาศ
4.2ระบบการเดินทางทางบก
4.3ระบบการเดินทางทางน้ำ
4.4ระบบสาธารณสุข
ปัจจัยที่ส่งเสริมการท่องเที่ยวในแต่ละภูมิภาค
การที่บนโลกมีสภาพแวดล้อมที่แตกต่างออกไปจำทำให้เกิดภูมิทัศน์ทางธรรมชาติและ
1 ระบบไฟฟ้า
2 ระบบประปา
3 ระบบสือสารโทรคมนาคม
4 ระบบการขนส่งประกอบไปด้วย
4.1ระบบการเดินทางทางอากาศ
4.2ระบบการเดินทางทางบก
4.3ระบบการเดินทางทางน้ำ
4.4ระบบสาธารณสุข
ปัจจัยที่ส่งเสริมการท่องเที่ยวในแต่ละภูมิภาค
การที่บนโลกมีสภาพแวดล้อมที่แตกต่างออกไปจำทำให้เกิดภูมิทัศน์ทางธรรมชาติและ
ลักษณะทางวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน ประกอบกับการที่มนุษย์มักต้องการเดินทางท่องเที่ยว
ไปยังบริเวณต่าง ๆ ที่มีสภาพแวดล้อมแตกต่างออกไปจากที่ตนเองอาศัยอยู่ ส่งผลให้เกิด
การเดินทางท่องเที่ยวไปยังบริเวณต่างๆบนผิวโลก จึงเห็นว่าปัจจัยทางภูมิศาสตร์และปัจจัย
ทางวัฒนธรรมเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวแต่ละคนเดินทางออกจากแหล่งที่
ตนเองอาศัยอยู่
1.ปัจจัยทางภูมิศาสตร์
1.1ลักษณะ๓มิประเทศ
การเปลี่ยนแหลงของเปลือกโลกมีได้2ลักษณะดังนี้
1)การเปลี่ยนแหลงจากภายในเปลือกโลก
2)การเปลี่ยนแหลงบริเวณผิวโลก
2.2ลักษณะภูมิอากาศ
2.2.ปัจจัยทางวัฒนธรรม
1.ปัจจัยทางภูมิศาสตร์
1.1ลักษณะ๓มิประเทศ
การเปลี่ยนแหลงของเปลือกโลกมีได้2ลักษณะดังนี้
1)การเปลี่ยนแหลงจากภายในเปลือกโลก
2)การเปลี่ยนแหลงบริเวณผิวโลก
2.2ลักษณะภูมิอากาศ
2.2.ปัจจัยทางวัฒนธรรม
1.การท่องเที่ยวเพื่อความเพลิดเพลินและพักผ่อนกิจกรรมมักไม่สลับซับซ้อน เรียบง่าย ตามแบบที่ตนเองชอบ
เกิดจากแรงจูงใจอย่างใดอย่างหนึ่งเพียงอย่างเดียว แต่การตัดสินใจที่จะไปท่องเที่ยวมัก
จะเกิดจากแรงจูงใจหลายๆอย่างในเวลาเดียวกันเช่น การที่คู่สมรสชาวฮ่องกงผู้หนึ่งตัดสินใจ
เดินทางมาเที่ยวประเทศไทยแนวโน้มของแรงจูงใจ
2.การท่องเที่ยวเพื่อธุรกิจคือ กิจกรรมทางธุรกิจทั่วไป และจัดอยู่ในกลุ่ม MICE ส่วนกิจกรรมเสริมอาจจะเป็นกิจกรรมเพื่อการพักผ่อนคลายเครียด ความสนุกสนาน ฯลฯ
3.การท่องเที่ยวเพื่อวัตถุประสงค์พิเศษกิจกรรมจะมีความสลับซับซ้อนและเป็นระบบ สามารถแบ่งได้เป็น 5 ประเภทใหญ่ ๆ ได้แก่
ก. การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ เช่น การดูนก การดำน้ำดูปะการัง การเดินป่า เป็นต้น
ข. การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและกีฬา เช่น การปีนเขา การอาบน้ำแร่ เป็นต้น
ค. การท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรม เช่น การศึกษาแหล่งโบราณสถาน เป็นต้น
ง. การท่องเที่ยวเพื่อสัมผัสชาติพันธุ์และวัฒนธรรมท้องถิ่น เช่น การชมวิถีชีวิตในชนบท เป็นต้น
จ. การท่องเที่ยวเพื่อการศึกษา เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้โดยมีการจัดการไว้ล่วงหน้
องค์ประกอบของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว
1.ธุรกิจการจำหน่ายสินค้าที่ระลึก
2.ธุรกิจการประชุม สัมมนา
3.การบริการข้อมูลข่าวสาร
4.การอำนวยความสะดวกทางด้านความปลอดภัย
5.การอำนวยความสะดวกในการเข้า-ออกเมือง
2.องค์ประกอบที่สนับสนุนกิจกรรมทางการท่องเที่ยว
องค์ประกอบที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับนักท่องเที่ยว แบ่งออกเป็น
1.สิ่งดึงดูดใจทางการท่องเที่ยว
2.ธุรกิจการคมนาคมขนส่งทั้งทางบก ทางอากาศ และทางน้ำ
3.ธุรกิจที่พักแรม
4.ธุรกิจร้านอาหารและภัตตาคาร
5.ธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์
ก. การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ เช่น การดูนก การดำน้ำดูปะการัง การเดินป่า เป็นต้น
ข. การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและกีฬา เช่น การปีนเขา การอาบน้ำแร่ เป็นต้น
ค. การท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรม เช่น การศึกษาแหล่งโบราณสถาน เป็นต้น
ง. การท่องเที่ยวเพื่อสัมผัสชาติพันธุ์และวัฒนธรรมท้องถิ่น เช่น การชมวิถีชีวิตในชนบท เป็นต้น
จ. การท่องเที่ยวเพื่อการศึกษา เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้โดยมีการจัดการไว้ล่วงหน้
องค์ประกอบของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว
กิจกรรมสำหรับการท่องเที่ยวอาจมีมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการแสวงหาแหล่งท่องเที่ยว การซื้อของ การประชุม บางอย่างเป็นธุรกิจ ที่ตอบสนองความต้องการโดยตรงของนักท่องเที่ยว แต่ธุรกิจเป็นธุรกิจที่สนับสนุนให้กิจกรรมทางการท่องเที่ยวดำเนินไปได้ด้วยดี
อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว จึงหมายถึง ธุรกิจท่องเที่ยวขนาดใหญ่ที่ต้องอาศัยแรงงาน การลงทุน เทคนิควิชาชีพเฉพาะ มีการวางแผน การจัดองค์กร และการตลาด สินค้าในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเป็นสินค้าที่เรียกว่า สินค้าที่จับต้องไม่ได้ และไม่มีการเคลื่อนที่ไปหาผู้ซื้อ แต่ผู้ซื้อหรือนักท่องเที่ยวต้องเดินทางไปซื้อสินค้าหรือบริการ ณ แหล่งผลิต ซึ่งก็หมายถึง สถานที่ที่มีทรัพยากรทางการท่องเที่ยว แต่สินค้าหรือบริการบางประเภทก็มีการสูญสลาย และเปลี่ยนแปลงกรรมสิทธิ์เช่นกัน
อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจะมีองค์ประกอบที่สำคัญ 2 ประการ ได้แก่1.องค์ประกอบที่เกี่ยวข้องกันโดยตรงกับนักท่องเที่ยว
องค์ประกอบที่สนับสนุนกิจกรรมทางการท่องเที่ยว แบ่งออกเป็นอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจะมีองค์ประกอบที่สำคัญ 2 ประการ ได้แก่1.องค์ประกอบที่เกี่ยวข้องกันโดยตรงกับนักท่องเที่ยว
1.ธุรกิจการจำหน่ายสินค้าที่ระลึก
2.ธุรกิจการประชุม สัมมนา
3.การบริการข้อมูลข่าวสาร
4.การอำนวยความสะดวกทางด้านความปลอดภัย
5.การอำนวยความสะดวกในการเข้า-ออกเมือง
2.องค์ประกอบที่สนับสนุนกิจกรรมทางการท่องเที่ยว
องค์ประกอบที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับนักท่องเที่ยว แบ่งออกเป็น
1.สิ่งดึงดูดใจทางการท่องเที่ยว
2.ธุรกิจการคมนาคมขนส่งทั้งทางบก ทางอากาศ และทางน้ำ
3.ธุรกิจที่พักแรม
4.ธุรกิจร้านอาหารและภัตตาคาร
5.ธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์
ลายตาจัง ตัวหนังสือเล็กเบียดแน่น
ตอบลบ