Lalita Thongsup
วันอาทิตย์ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2554
วันเสาร์ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2554
สรุป
บทที่2 ประวัติศาสตร์การทอ่งเที่ยวจากยุคเริ่มต้นถึงช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2
การท่องเที่ยวเพื่อการพักผ่อนหย่อนใจสามารถจะสืบย้อนได้ไปถึงสมัยที่ยังมีอาณาจักรBabylonianและอาณาจักรEgyptianหลักฐานที่สนับสนุนการกล่าวอ้างนี้ก็คือได้มีการก่อตั้งพิพิธภัณฑ์โบราณวัตถุขึ้นเพื่อให้คนทั่วไปสามารถเข้าไปชมในนครได้เมื่อประมาณ2600ปีมาแล้วนักท่องเที่ยวชาวกรีกมีการเดินทางเพื่อการท่องเที่ยวเมื่อประมาณ300ปีก่อนคริสตกาลหรือ2300ปีมาแล้วนักท่องเที่ยวชาวกรีกจะนิยมเดินทางไปยังสถานที่ที่เชื่อว่าเป็นที่สิงสถิตของเทพเจ้าที่ทำการบำบัดรักษาโรค เนื่องจากกรีกมีการปกครองในแบบนครรัฐมัคคุเทศก์และคู่มือนำเที่ยวในยุคต้นการเดินทางในสมัยแรกๆมาจากข้อเขียนนักประวัติศาสตร์และนักเดินทางที่มีความสำคัญที่มีชื่อว่าHerodotusซึ่งมีชีวิตอยู่ในช่วง 484 ปี ถึง 424 ปีก่อนครีสตกาลอาจเรียกได้ว่าเป็นนักเขียนเกี่ยวกับการท่องเที่ยวคนแรกของโลกก็ว่าได้หนังสือคู่มือนำเที่ยวปรากฏขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อ400ปีก่อนคริตสกาลซึ่งครอบคลุมแหล่งท่องเที่ยวในกรุงเอเธนส์ สปาร์ตา และเมืองทรอยนักเขียนเกี่ยวกับการท่องเที่ยวชาวกรีกชื่อPausaniasได้เขียนหนังสือชื่อว่า description of Greeceขึ่นในระหว่างคศ.160180

การท่องเที่ยวในศตวรรษที่20(1901-20)ช่วง50ปีแรก
เพราะความมั่งคั่งของผู้คน ความอยากรู้อยากเห็น และทัศนคติที่กล้าแสดงออกมากขึ้นในยุคหลังสมัยวิคติเรีย ประกอบกับการพัฒนาระบบการขนส่งอย่างต่อเนื่อง นักเดินทางมีความปลอดภัยจากโรคภัยไข้เจ็บและการโจมตีของ โจรผู้ร้าย ทวีปยุโรปมีความั่นคงทางการเมือง เอกสารเดินทางก็ไม่ยุ่งยากตั้งแต่ ปี 1860
การท่องเที่ยวหลังสงครามโลกครั้งที่2
การเดินทางทางอากาศมีการขยายตัวอย่างรวดเร็วหลังสงครามโลกครั้งที่2ถึงแม้ว่าในช่วงทศวรรษที่ 1950ค่าโดยสารจะค่อนข้างมีราคาแพงก็ตามแต่เมื่อเปรียบเทียบกับการเดินทางด้วยวิธีการอื่นการเดินทางโดยเครื่องบินก็ยับนับว่าไม่แพง จำนวนผู้โดยสารี่เดินทางทางอากาศเพิ่มมากกว่าผู้โดยสารที่เดินทางทางเรือครั้งแรกในปี ค.ศ. 1957 ในต้นทศวรรษที่ 1970 มีการนำเครื่องบินโดยสารที่เร็วกว่าเสียงคือเครื่องบินคองคอร์ด เข้ามาใช้ซึ่งเป็นการร่วมทุนระหว่างอังกฤษกับฝรั่งเศษ
การพัฒนาการคมนาคมทางถนนในคริสตศตวรรษที่17ถึงต้นศตวรรษ19ช่วงก่อนที่จะถึงศตวรรษที่ 16 คนที่ ต้องการเดินทางมีวิธีที่จะทำได้ 3 วิธี คือ ด้วยการเดินเท้าซึ่งเป็นวิธีเดินทางของคนจน วิธีที่สองคือการขี่ม้า และวิธีสุดท้ายคือใช้เสลี่ยงโดยมีคนรับใช้เป็นผู้แบกซึ้งวิธีนี้เป็นเป็นวิธีเดินทางของชนชั้นสูงเท่านั้น หรือไม่ก็ใช้เกวียนเที่ยมด้วยม้า การเดินทางด้วยวิธีการหลังนี้ไม่เป็นที่นิยมเพราะช้าและทรมานเพราะเกวียนไม่มีสปิงหรือแหนบลดการกระเทือน
ทัวร์
ตั้งแต่ต้นศตวรรษที่18เป็นต้นมาได้เกิดการท่องเที่ยวในรูปแบบใหม่ขึ้นซึ้งเป็นผลมาจากเสรีภาพและความต้ยวในรูปแบบใหม่ขึ้นซึ้งเป็นผลมากี้ไม่เป็นที่นิยมเพราะช้าและทรมานเพราะเกวียนไม่มีสปิงหรือแนสูงเท่านั้น หรือไม่ก็ใช้เกวียนเที่ยมด้ องการที่จะเรียนรู้ในยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาการยุคที่มีระยะเวลาประมาณ300ปีเริ่มต้นในราวคริสต์ศตวรรษที่15และสิ้นสุดในราวศตวรรษที่17โดยมีอิตาลีเป็นแหล่งกำเนิดและเป็นแบบฉบับให้ประเทศเพื่อนบ้านเรา ในปีค.ศ.1749dr. Thomas Nugentได้ตีพิมพ์หนังสือคู่มือการท่องเที่ยวออกมาเล่มหนึ่งให้ชื่อว่า the grand tourหนังสือเล่มนี้ส่งเสริมให้เกิดการท่องเที่ยวเพื่อการศึกษามากขึ้นนักเดินทางใจกล้าบางคนเดินทางไปไกลถึงอีบยิปต์
การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวประเภทที่อาบน้ำแร่spa
เป็นที่รู้จักกันดีอยู่แล้วตั้งแต่ยุคโรมันโดยเชื่อกันว่าน้ำแร่มีคุณสมบัติทางยาแต่ความนิยมการไปอาบน้ำแร่ได้ลดลงในยุคหลังๆ แต่ไม่ได้หมายความว่าความนิยมจะลดลงโดยสิ้นเชิง เพราะคนที่เจ็บป่วยก็ยังคงเดินทางไปยังเมือง bath ตลอดช่วงของยุคกลางในยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาการ การเดินทางไปรับการอาบน้ำแร่บำบัดด้วยน้ำแร่ได้กลายมาเป็นสถานภาพทางสังคมอย่างรวดเร็วทำให้บรรดาสถานบำบัดทั้งหลายเปลี่ยนแมหน้าจาสถาบันเดิมไปเป็นสถานที่เพื่อความเพลิดเพลินแทน bath
กำเนิดยุคสถานที่ตากอากาศชายทะเล
การอาบน้ำทะเลเพิ่งจะเริ่มเป็นที่นิยมในอังกฤษตั้งแต่สมัยฟื้นฟูศิลปะวิทยาการเป็นต้นมา
การอาบน้ำทะเลในสมัยนั้น ผู้อาบทั้งเสื้อผ้าเพราะการถอดเสื้อผ้าว่ายน้ำขัดกับจารีตประเพณีในสมัยนั้น การอาบน้ำทะเลเริ่มต้นขึ้นจากเหตุผลทางด้านสุขภาพ
ปัจจัยที่ส่งเสริมการท่องเที่ยวในศตวรรษที่19
1.ปัจจัยส่งเสริมการเดินทาง
2. ปัจจัยดึงดูดให้คนเดินทาง
ยุคของเครื่องจักรไอน้ำ:กำเนิดการเดินทางโดยรถไฟ
ผู้ประกอบกินจการท่องเที่ยวคนแรกน่าจะได้แก่ sir Rowland hillประธานบริษัทรถไฟ
เมือง Brighton ซึ่งจัดการท่องเที่ยวแบบเหมาเป็นครั้งแรกโดยนำนักท่องเที่ยวจาก
wade bridge ไปยังBrightonThomas cook ได้ชื่อว่าเป็นผู้ประกอบการที่เป็นผู้ริเริ่ม
ที่มีความสำคัญที่สุดต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในระยะเริ่มแรกในปี 1841 ขณะที่ cook
ยังเป็นเลขาธิการของmidland temperance association เขาได้จัดทัวร์พาสมาชิกของสมาคม เดินทางจาก Leicester ไปยังlough borough ในราคา 1 ชิลลิ่ง 5เพนนี
เรือกลไฟ
เทคโนโลยีสมัยใหม่ก็ทำให้เกิดการพัฒนาเรือกลไฟเพื่อการเดินทางทางน้ำ การพัฒนาทางด้านการค้ากับทั่วโลกโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับทวีปอเมริการเหนือทำให้ประเทศอังกฤษต้องพัฒนาการสื่อสารรูปแบบต่าง ๆที่เร็วขึ้นและเชื่อใจได้มากยิ่งขึ้นThomas cook ได้จัดนำคณะทัวร์ของเขาออกเดินทางไปท่องเที่ยวทวีปอเมริกาเหนือเป็นครั้งแรกในปีค.ศ. 1866
บทที่3
แรงจูงใจ
แรงจูงใจของนักท่องเที่ยวแต่งต่างไปจากแรงจูงใจในวิชาจิตวิทยา ซึ่งเป็นตัวกำหนดบุคลิกภาพของบุคคลแรงจูงใจทางด้านการท่องเที่ยว หรือแรงจูงใจของนักท่องเที่ยวเป็นแนวคิดที่เป็นแบบลูกผสมระหว่างแนวคิดทางจิตวิทยาผสมกับแนวคิดทางด้านสังคมวิทยาแรงจูงใจของนักท่องเที่ยวจึงหมายถึงเครือข่าย
แรงจูงใจของนักท่องเที่ยวแต่งต่างไปจากแรงจูงใจในวิชาจิตวิทยา ซึ่งเป็นตัวกำหนดบุคลิกภาพของบุคคลแรงจูงใจทางด้านการท่องเที่ยว หรือแรงจูงใจของนักท่องเที่ยวเป็นแนวคิดที่เป็นแบบลูกผสมระหว่างแนวคิดทางจิตวิทยาผสมกับแนวคิดทางด้านสังคมวิทยาแรงจูงใจของนักท่องเที่ยวจึงหมายถึงเครือข่าย
ทฤษฏีต่างๆเกี่ยวกับแรงจูงใจของนักท่องเที่ยว
1 ทฤษฏีลำดับขั้นแห่งความต้องการจำเป็น(hierarchy of needs)
2 ทฤษฏีขั้นบันไดแห่งการเดินทาง(travel career ladder)
3 แรงจูงใจวาระซ่อนเร้น(hidden agenda)
4 แรงจูงในทางการท่องเที่ยวในทัศนะของ swarbrooke
ในหนังสือเรื่องconsumer behavior in tourismของjohn swarbooke แรงจูงใจ
จำแนกแรงจูงใจสำคัญๆที่ทำให้คนเดินทางออกเป็น 6ชนิด
1 แรงจูงใจทางด้านสรีระหรือทางกายภาพ(physical)
2 แรงจูงใจทางด้านวัฒนธรรม
3 การท่องเที่ยวเพื่อตอบสนองอารมณ์ควารู้สึกบางอย่าง
4 การท่องเที่ยวเพื่อให้ได้มาเพื่อสถานภาพ
5 แรงจูงใจในการพัฒนาตนเอง
6 แรงจูงใจส่วนบุคคล
1 แรงจูงใจทางด้านสรีระหรือทางกายภาพ(physical)
2 แรงจูงใจทางด้านวัฒนธรรม
3 การท่องเที่ยวเพื่อตอบสนองอารมณ์ควารู้สึกบางอย่าง
4 การท่องเที่ยวเพื่อให้ได้มาเพื่อสถานภาพ
5 แรงจูงใจในการพัฒนาตนเอง
6 แรงจูงใจส่วนบุคคล
สรุปประเด็นสำคัญเกี่ยวกับแรงจูงใจทางด้านการท่องเที่ยว
จากแนวคิดเกี่ยวกับแรงจูงใจในทัศนะของนักวิชาการด้านแรงจูงใจทั้ง4คนที่ได้กล่าวมาแล้วสามารถสรุปได้ว่า ในการที่นักท่องเที่ยวจะเลือกแหล่งที่ท่องเที่ยวแห่งใดแห่งหนึ่งไม่ได้
เกิดจากแรงจูงใจอย่างใดอย่างหนึ่งเพียงอย่างเดียว แต่การตัดสินใจที่จะไปท่องเที่ยวมักจะเกิดจากแรงจูงใจหลายๆอย่างในเวลาเดียวกันเช่น การที่คู่สมรสชาวฮ่องกงผู้หนึ่งตัดสินใจเดินทางมาเที่ยวประเทศไทยแนวโน้มของแรงจูงใจ และRutledge (1998) ได้นำเสนอแรงจูงใจของนักท่องเที่ยว 10 ประการดังต่อไปนี้
1 แรงจูงใจที่จะได้สัมผัสสิ่วแวดล้อม
2 แรงจูงใจที่ได้พบปะกับคนในท้องถิ่น
3 แรงจูงใจที่จะที่จะเข้าใจวัฒนธรรมท้องถิ่นและประเทศเจ้าบ้าน
4 แรงจูงใจที่จะเสริมสร้างสัมพันธภาพภายในครอบครัว
5 แรงจูงใจที่จะพักผ่อนในสภาพแวดล้อมที่น่าสบาย
6 แรงจูงใจที่จะที่จะได้ทำกิจกรรมที่นักท่องเที่ยวสนใจและฝึกทักษะ
7 แรงจูงใจที่จะมีสุขภาพดี
8 แรงจูงใจที่จะได้รับการคุ้มกันและความปลอดภัย
9 แรงจูงใจที่จะได้รับการยอมรับนับถือและได้รับสถานภาพทางสังคม
10 แรงจูงใจที่จะให้รางวัลแก่ตัวเอง
1 แรงจูงใจที่จะได้สัมผัสสิ่วแวดล้อม
2 แรงจูงใจที่ได้พบปะกับคนในท้องถิ่น
3 แรงจูงใจที่จะที่จะเข้าใจวัฒนธรรมท้องถิ่นและประเทศเจ้าบ้าน
4 แรงจูงใจที่จะเสริมสร้างสัมพันธภาพภายในครอบครัว
5 แรงจูงใจที่จะพักผ่อนในสภาพแวดล้อมที่น่าสบาย
6 แรงจูงใจที่จะที่จะได้ทำกิจกรรมที่นักท่องเที่ยวสนใจและฝึกทักษะ
7 แรงจูงใจที่จะมีสุขภาพดี
8 แรงจูงใจที่จะได้รับการคุ้มกันและความปลอดภัย
9 แรงจูงใจที่จะได้รับการยอมรับนับถือและได้รับสถานภาพทางสังคม
10 แรงจูงใจที่จะให้รางวัลแก่ตัวเอง
ตัวอย่างการวิจัยที่ใช้วิธีการศึกษาจากกลุ่มเป้าหมาย
นักเดินทางประเภทแบกเป้นักเดินทางแบบนี้กำลังเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆในออสเตเลียเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และนิวซีแลนด์ แรงจูงใจที่ทำให้เกิดการเดินทางลักษณะแบบนี้อาจจะสรุปได้เป็น 4 มิติด้วยกันดังต่อไปนี้
1 การหลีกหนี(escape)
2 การมุ่งเน้นในเรื่องสิ่วแวดล้อม
3 การทำงาน(employment)
4เน้นการคบหาสมาคม(social focus)
โครงสร้างพื้นฐานในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว
โครงสร้างพื้นฐานในอุคสาหกรรมการท่องเที่ยว หมายถึง องค์ประกอบพื้นฐานในการรองรับการท่องเที่ยวทั้งระบบ ถือเป็นส่วนการสนับสนุนให้การท่องเที่ยวสามารถดำเนินงานไปได้ด้วยดี และทำให้เกิดความสะดวกสบายรวดเร็วในการดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับการท่องเที่ยว
1 การหลีกหนี(escape)
2 การมุ่งเน้นในเรื่องสิ่วแวดล้อม
3 การทำงาน(employment)
4เน้นการคบหาสมาคม(social focus)
โครงสร้างพื้นฐานในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว
โครงสร้างพื้นฐานในอุคสาหกรรมการท่องเที่ยว หมายถึง องค์ประกอบพื้นฐานในการรองรับการท่องเที่ยวทั้งระบบ ถือเป็นส่วนการสนับสนุนให้การท่องเที่ยวสามารถดำเนินงานไปได้ด้วยดี และทำให้เกิดความสะดวกสบายรวดเร็วในการดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับการท่องเที่ยว
โครงสร้างพื้นฐานอุตสาหกรรมได้แก่
1 ระบบไฟฟ้า
2 ระบบประปา
3 ระบบสือสารโทรคมนาคม
4 ระบบการขนส่งประกอบไปด้วย
4.1ระบบการเดินทางทางอากาศ
4.2ระบบการเดินทางทางบก
4.3ระบบการเดินทางทางน้ำ
4.4ระบบสาธารณสุข
ปัจจัยที่ส่งเสริมการท่องเที่ยวในแต่ละภูมิภาค
การที่บนโลกมีสภาพแวดล้อมที่แตกต่างออกไปจำทำให้เกิดภูมิทัศน์ทางธรรมชาติและลักษณะทางวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน ประกอบกับการที่มนุษย์มักต้องการเดินทางท่องเที่ยวไปยังบริเวณต่าง ๆ ที่มีสภาพแวดล้อมแตกต่างออกไปจากที่ตนเองอาศัยอยู่ ส่งผลให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวไปยังบริเวณต่างๆบนผิวโลก จึงเห็นว่าปัจจัยทางภูมิศาสตร์และปัจจัยทางวัฒนธรรมเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวแต่ละคนเดินทางออกจากแหล่งที่ตนเองอาศัยอยู่
1.ปัจจัยทางภูมิศาสตร์
1.1ลักษณะ๓มิประเทศ
1 ระบบไฟฟ้า
2 ระบบประปา
3 ระบบสือสารโทรคมนาคม
4 ระบบการขนส่งประกอบไปด้วย
4.1ระบบการเดินทางทางอากาศ
4.2ระบบการเดินทางทางบก
4.3ระบบการเดินทางทางน้ำ
4.4ระบบสาธารณสุข
ปัจจัยที่ส่งเสริมการท่องเที่ยวในแต่ละภูมิภาค
การที่บนโลกมีสภาพแวดล้อมที่แตกต่างออกไปจำทำให้เกิดภูมิทัศน์ทางธรรมชาติและลักษณะทางวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน ประกอบกับการที่มนุษย์มักต้องการเดินทางท่องเที่ยวไปยังบริเวณต่าง ๆ ที่มีสภาพแวดล้อมแตกต่างออกไปจากที่ตนเองอาศัยอยู่ ส่งผลให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวไปยังบริเวณต่างๆบนผิวโลก จึงเห็นว่าปัจจัยทางภูมิศาสตร์และปัจจัยทางวัฒนธรรมเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวแต่ละคนเดินทางออกจากแหล่งที่ตนเองอาศัยอยู่
1.ปัจจัยทางภูมิศาสตร์
1.1ลักษณะ๓มิประเทศ
การเปลี่ยนแหลงของเปลือกโลกมีได้2ลักษณะดังนี้
1)การเปลี่ยนแหลงจากภายในเปลือกโลก
2)การเปลี่ยนแหลงบริเวณผิวโลก
2.2ลักษณะภูมิอากาศ
2.2.ปัจจัยทางวัฒนธรรม
1)การเปลี่ยนแหลงจากภายในเปลือกโลก
2)การเปลี่ยนแหลงบริเวณผิวโลก
2.2ลักษณะภูมิอากาศ
2.2.ปัจจัยทางวัฒนธรรม
บทที่ 1 ความหมาย ความสำคัญของการท่องเที่ยว
ภูกระดึง จ.เลย
การท่องเที่ยวจะต้องมีลักษณะดังนี้
1. เป็นการเดินทางจากที่อยุ่อาศัยปกติ ไปยังที่อื่นเป็นการชั่วคราว
2. เป็นการเดินทางด้วยความสมัครใจ
3. เป็นการเดินทางด้วยวัตถุประสงค์ใดๆ ก็ตามที่มิใช่เพื่อการประกอบอาชีพและการหารายได้
นักท่องเที่ยว (Tourist) คือผู้มาเยือนชั่วคราวและพักอาศัย ณ สถานที่ที่ไปเยี่ยมอย่างน้อย 24 ชั่วโมงด้วยจุดประสงค์เพื่อใช้เวลาว่าง
นักทัศนาจร (Excursionist) คือ ผู้มาเยือนชั่วคราวและพักอาศัย ณ สถานที่ที่ไปเยี่ยมเยือนไม่เกิน 24 ชั่วโมง รวมถึงเดินทางด้วยเรือสำราญ
วัตถุประสงค์ของการเดินทางท่องเที่ยว สามารถแบ่งได้ 3ประการคือ
1. เพื่อความเพลิดเพลินสนุกสนานและพักผ่อน นักท่องเที่ยวจะใช้วันหยุดในการเดินทางท่องเที่ยว หลีกหนีความจำเจของชีวิตประจำวั เพื่อไปสัมผัสสิ่งแปลกใหม่
2. เพื่อธุรกิจ เป็นการเดินทางที่ควบคู่ไปกับการทำงาน แต่ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อการประกอบอาชีพหรือหารายได้จากสถานที่ที่ไปท่องเที่ยวนั้น
3. เพื่อวัตถุประสงค์อื่นๆ เป็นการเดินทางเพื่อไปร่วมงานจัดแสดงสินค้า การเดินทางไปสำรวจ การเดินทางไปท่องเที่ยวของคณะพนักงานที่มีผลงานโดดเด่น
ประเภทของการท่องเที่ยว สามารถแบ่งออกเป็น 3 ประเภทคือ
1. การท่องเที่ยวภายในประเทศ คือ ผู้ที่อาศัยอยู่ในประเทศนั้นๆ และเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศของตน
2. การท่องเที่ยวเข้ามาในประเทศ คือ ผู้ที่อาศัยอยู่ในประเทศหนึ่งเดินทางไปท่องเที่ยวยังอีกประเทศหนึ่ง
3. การท่องเที่ยวนอกประเทศ คือ ผุ้ที่อาศัยอยู่ในประเทศหนึ่งเดินทางออกไปเที่ยวยังต่างประเทศ
องค์ประกอบของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว คือ สิ่งที่จะตอบสนองความต้องการด้านต่างๆของนักท่องเที่ยว โดยเป็นการดำเนินธุรกิจเพื่อให้กิจกรรมทางการท่องเที่ยวดำเนินไปได้ด้วยดี ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็นสองประการคือ
1. องค์ประกอบที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับนักท่องเที่ยว ได้แก่ สิ่งดึงดูดใจทางการท่องเที่ยว ธุรกิจการคมนาคมขนส่ง ธุรกิจที่พักแรม ธุรกิจร้านอาหาร ธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ เป็นต้น
2. องค์ประกอบที่สนับสนุนกิจกรรมทางการท่องเที่ยว ได้แก่ ธุรกิจการจำหน่ายสินค้าที่ระลึก ธุรกิจการจัดประชุม สัมนา การบริการข้อมูลข่าวสาร การอำนวยความสะดวกทางด้านความปลอดภัย การอำนวยความสะดวกในการเข้า ออกเมือง เป็นต้น
ความสำคัญของการท่องเที่ยว
ทางด้านเศรษฐกิจ การท่องเที่ยวเป็นการสร้างรายได้ให้แก่ประเทศเป็นจำนวนมาก ก่อให้เกิดการหมุนเวียนและกระจายรายได้สู่ท้องถิ่นทำให้ผู้คนในท้องถิ่นมีงานทำช่วยลดปัญหาการว่างงาน และการท่องเที่ยวก่อให้เกิดการนำเอาทรัพยากรมาใช้อย่างคุ้มค่า ให้เกิดประโยชน์อย่างสูงสุด
ทางด้านสังคมและวัฒนธรรม การท่องเที่ยวช่วยส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีของมวลมนุษยชาติ ก่อให้เกิดสันติภาพแก่โลก สร้างความเข้าใจอันดีระหว่างประเทศเจ้าบ้านและแขกผู้มาเยือน มีส่วนในการพัฒนา ยกระดับมาตรฐานชีวิตความเป็นอยู่ของคนในสังคมในรูปแบบของระบบสาธารณูปโภค นอกจากนี้การท่องเที่ยวยังช่วยให้คนรู้จักใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์โดยการนำเอาผลผลิตในท้องถิ่นมาเป็นสินค้าที่ระลึกจำหน่ายให้แก่นักท่องเที่ยว
ทางด้านการเมือง การท่องเที่ยวช่วงส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เนื่องจากต้องมีการร่วมมือกันระหว่างประเทศในการสนับสนุนการท่องเที่ยว รวามทั้งช่วงส่งเสริมความมั่นคงและปลอดภัย สร้างภาพลักษณ์อันดีให้แก่ประเทศ
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)


























